"กล้องเลือกทั้งรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ" กล่าวคือ เป็นโหมดที่ช่วยให้การวัดแสงเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ เพราะกล้องจะเลือกค่าความเร็วชัตเตอร์ และค่ารูรับแสง ที่เข้าคู่กันหรือเหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ถ่ายทำหน้าที่จัดองค์ประกอบภาพแล้วกดชัตเตอร์แค่นี้ก็ได้ภาพแสงพอดีตามที่ต้องการ

 

“เหมาะกับ การถ่ายภาพทั่วๆ ไป เช่น งานกิจกรรม งานประชุม งานข่าวที่ต้องใช้ความรวดเร็ว เป็นต้น”

ข้อควรระวัง การทำงานของโหมดนี้จะทำงานได้ดี กับสภาพแสงกลางแจ้งปกติทั่วไป หรือสถานที่มีแสงไม่มืดจนเกินไป เพราะหากสภาพแสงน้อย กล้องจะเลือกค่ารู้รับแสงที่กว้างเกินไป และค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำจนเกินไป จนเป็นปัญหาในการควบคุมกล้องด้วยมือถือถ่าย

 

2. โหมด S,TV (Shutterpriority)

“โหมดนี้ผู้ใช้เลือกความเร็วชัตเตอร์ ส่วนกล้องเลือกค่ารูรับแสงให้” กล่าวคือ คุณเลือกค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องการ แล้วกล้องจะเลือกรูรับแสงที่เข้าคู่กับค่าแสงที่กล้องวัดได้ โดยค่าความเร็วชัตเตอร์มีหน้าที่อยู่ 2 อย่างด้วยกัน อันดับแรกคือ จะควบคุมระยะเวลาที่แสงจะตกลงมาสู่เซ็นเซอร์รับภาพ และสองจะส่งผลต่อระดับการเคลื่อนไหวของแบบ

 

“เหมาะกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว เพื่อการหยุดการเคลื่อนไหวหรือทำให้ดูเคลื่อนไหว เช่น ถ้าต้องถ่ายภาพการแข่งขันฟุตบอล รถแข่ง และเรือแคนูกำลังเผชิญกระแสน้ำในแก่ง เป็นต้น”

 

ข้อควรระวัง ในสถาพแสงกลางแจ้งการที่คุณเปิดความชัตเตอร์ 1 / 500 และ 1/1000 วินาที สามารถทำได้ แต่ถ้าในสภาพแสงน้อยๆ อย่างในร่ม ในอาคาร การเลือกเปิดความเร็วชัตเตอร์ดังกล่าวนั้นคงทำได้ยาก แม้ว่ารูรับแสงจะกว้างที่สุดแล้วก็ตาม ให้สังเกตหากกรณีที่ค่าแสงไม่พอ เช่น กล้อง CANON ตัวเลขตรงค่ารูรับแสงจะกะพริบ และหากเป็นกล้อง NIKON จะปรากฏสัญลักษณ์ LO เป็นต้น

 

3. โหมด A,AV (Aperture priority)

“ผู้ใช้เลือกค่ารูรับแสง กล้องเลือกความเร็วชัตเตอร์” กล่าวคือ คุณเป็นผู้กำหนดค่าของรูรับแสงเองและกล้องจะเลือกค่าความไวชัตเตอร์ที่เข้าคู่กับค่าแสงที่กล้องวัดได้

 

กล่าวได้ว่าโหมด Aperture priority ได้ถูกใช้และนิยมมากที่สุดของบรรดาช่างภาพ เพราะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล ภาพมาโคร รวมทั้งภาพทิวทัศน์ทั่วไป มันช่วยให้คุณได้เลือกค่าของรูรับแสงในการรักษาความชัดลึกของภาพ 

 

“เหมาะกับ การถ่ายภาพถ่ายภาพพอร์ตเทรต มาโคร ภาพทิวทัศน์ เป็นต้น ที่ต้องการควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงระยะชัดลึกชัดตื้นของภาพระหว่างส่วนฉากหน้ากับฉากหลัง เช่น หากเลือกรูรับแสงกว้างมาก (F1.4 F2.8 F4) ระยะชัดลึกที่ได้ก็จะเหลือน้อยลง ในทางกลับกันรูรับแสงแคบลง( F11 F16 F22 ) ก็จะเพิ่มส่วนของความชัดลึกให้มากขึ้น”

 

ข้อควรระวัง ในการเลือกใช้โหมดนี้ คือ มักทำให้เราลืมดูค่าความเร็วชัตเตอร์ หากปรากฏว่าคุณกำลังถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำจนเกินควบคุมด้วยมือถือถ่าย หรือเกิดการเคลื่อนไหวของแบบ4. โหมด M (Manual Exposure)

“ผู้ใช้เลือกควบคุมเองทั้งความเร็วชัตเตอร์ และรูรับแสง” กล่าวคือ คุณต้องทำเองทั้งหมด สำหรับหาค่าแสงที่พอดีในการบันทึกภาพ โดยที่ต้องเลือกความเร็วชัตเตอร์กับรู้รับแสง โดยการเล็งกล้องแล้วปรับบาร์ค่าวัดแสง เพื่อให้ค่านั้นอยู่ตรงกึ่งกลางของสเกลวัดแสง จากนั้นทำการกดชัตเตอร์บันทึกภาพ การใช้โหมดM ยังช่วยในการอ่านค่าแสงจากส่วนต่างๆ ของภาพซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจค่าเปิดรับแสงนั้นได้ โหมดนี้มีมาตั้งแต่กล้องยุคแรก ๆแต่ก็เป็นโหมดที่จำเป็นและยังนิยมใช้กันอยู่ในช่างภาพมืออาชีพและระดับก้าวหน้า

 

“ในบางสถานการณ์โหมดM ยังควบคุมแสงได้ดีกว่าโหมดอื่น กล่าวคือ ถ้าใช้โหมดอื่นวัดแสงที่ใดในภาพ แล้วไม่ได้ล็อคค่าแสงไว้แต่ยังคงโฟกัสตามวัตถุอยู่ ทำให้ค่าแสงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นโหมดM ค่าแสงจะคงที จนกว่าจะตั้งค่าใหม่ตามสภาพแสงที่มีการเปลี่ยนแปลง”

 

ข้อควรระวัง บางครั้งผู้ที่ไม่ชำนาญหรือไม่ได้ใช้โหมดนี้เป็นประจำ เวลาถ่ายภาพที่เปลี่ยนมุมกล้อง เปลี่ยนแสง จนลืมตรวจสอบค่าวัดแสงของกล้อง เพราะอาจด้วยเพลินไปกับการจัดองค์ประกอบ หรือบางจังหวะต้องเร่งรีบถ่ายกดชัตเตอร์ จนเกิดวัดแสงผิดพลาด ภาพที่ออกมาอาจโอเวอร์ และอันเดอร์โดยไม่ตั้งใจ 

4 โหมดถ่ายภาพ วิธีถ่ายรูปให้สวยได้ดั่งใจ​

อยากถ่ายรูปเก่ง ต้องใช้ให้เป็น!! "ไม่ว่าจะเป็นกล้องรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร จะเป็น DSLR หรือ Mirrorless ก็มีโหมดนี้เหมือนกัน และต้องใช้ให้เป็น เพราะจะทำให้คุณถ่ายรูปได้ดั่งใจครับ" เทคนิคการถ่ายรูปง่ายๆ #เรียนถ่ายภาพกับพี่จืด #TheArtOfPhotoTH

 

1. โหมด P (Program)

Copyright © 2020 Pixhunterthai​​

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

Design By

Design By

สมัครเรียน

ถ่ายภาพ